บทความวิชาการ
| ชื่อบทความ | โบราณวัตถุซึ่งขุดค้นพบที่เทวสถาน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา |
|---|---|
| ชื่อวารสาร | โบราณคดี |
| ชื่อผู้แต่ง | สุภัทรดิศ ดิศกุล, ม.จ. |
| ชื่อผู้แปล | |
| รายละเอียดวารสาร | ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (ต.ค.-ธ.ค. 2512) หน้า 56-65 |
| สาระสังเขป | |
พระพุทธรูปแบบหลังคุปตะมักเป็นพระพุทธรูปสลักนูน และส่วนใหญ่ไม่มีประภามณฑลประกอบ พระเกตุมาลาเป็นรูปกรวยค่อนข้างสูง พระเกศาประกอบด้วยขมวดพระเกศาขนาดเล็ก สลักนูนขึ้นมาและวาดเป็นเส้นตรงอยู่เหนือพระนลาฏ พระพักตร์อ้วนหนาขึ้น พระพุทธรูปแบบหลังคุปตะแบ่งตามลักษณะการครองผ้าจีวรได้เป็น 2 หมู่ หมู่ที่1 เป็นพระพุทธรูปครองจีวรห่มคลุม เช่น พระพุทธรูปภายในถ้ำอชันตาที่ 19 และ 26 หมู่ที่ 2 เป็นพระพุทธรูปประทับยืนครองจีวรห่มเฉียง เช่น ที่ค้นพบหน้าถ้าอชันตาที่ 19 และในถ้ำพาฆที่ 2 ทั้งนี้พระพุทธรูปประทับยืนครองจีวรห่มเฉียงจะแสดงความได้สัดส่วนอย่างสมบูรณ์ และการยืนหันหน้าตรงได้น้อยกว่าพระพุทธรูปประทับยืนห่มคลุม พระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิในศิลปอินเดียแบบหลังคุปตะจะครองจีวรห่มคลุมเหมือนกับพระพุทธรูปแบบคุปตะ แต่เมื่อครองจีวรห่มเฉียงมีหลายแบบและปางที่ทรงแสดงต่างๆ กัน เช่น ปางประทานปฐมเทศนา ปางสมาธิ ปางประทานพร พระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาทแบบหลังคุปตะมีลักษณะพิเศษคือ แสดงปางประทานปฐมเทศนาและครองจีวรห่มเฉียงพบมากที่สุดที่ถ้ำอชันตา |
|